วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภาพนู้ด ดอกไม้ สติลไลฟ์ ของ แมททิว สมิธ


เมืองผู้ดีอย่างประเทศอังกฤษ มีนักเขียนและผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านฝีมือ และมุมมองทางศิลปะในแขนงของพวกเขาเองมากมาย ทว่า เป็นที่น่าแปลกใจสำหรับประเทศที่มีสถาบันทางศิลปะที่ยิ่งใหญ่ อย่างลอนดอน อคาเดมี ออฟ อาร์ต เช่นนี้ จะหาจิตรกรที่มีชื่อเสียงก้องโลก และอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้ยากเย็นจริงๆ สงสัยว่า พวกเขาคงจะไปเอาดีทางด้านอื่นกันหมด

แมททิว สมิธ หรือ เซอร์ แมททิว สมิธ ผู้มีชื่อเต็มๆ ตั้งแต่แรกเกิดว่า แมททิว อาร์โนลด์ เบรซี สมิธ เป็นจิตรกรชาวอังกฤษแท้ๆ ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นจิตรกรชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ เขายังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของ โรอัลด์ ดาห์ล ยอดนักเขียน ชาวอังกฤษให้รักและสะสมงานศิลปะหลังจาก ที่รู้จักสนิทสนมกับศิลปินผู้นี้

เขาเกิดที่ ฮัลลิแฟกซ์ ประเทศอังกฤษ บิดาของเขาเป็นปัญญาชน แมททิว ได้รับการตั้งชื่อตามกวี นักวิจารณ์ และนักการศึกษาชื่อดัง แมททิว อาร์โนลด์ ที่บ้านของเขาในวัยเด็กนั้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายแสดงความเป็นมนุษย์ที่มีวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือดีๆ กว่า 5,000 เล่ม ในห้องสมุดส่วนตัวของบิดา ตั้งแต่บทกวีไปจนถึงหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่น ผลงานของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน

ก่อนที่เขาจะผันตัวมาเป็นจิตรกรที่โดดเด่นทางภาพนู้ด ภาพดอกไม้ ภาพสติลไลฟ์ และภาพแลนด์สเคปนั้น เขาเคยทำงานอย่างอื่นก๊อกๆ แก๊กๆ ก็เพื่อที่จะเก็บเงินส่งตัวเองเข้าศึกษาทางด้านศิลปะที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมนเชสเตอร์ แม้ว่าทางบ้านจะมีฐานะดีก็ตาม จากนั้น แมททิว เข้าศึกษาต่อทางด้านศิลปะ ที่ เดอะ สเลด ในปี 1905 ที่ซึ่งเขาได้พบกับ เกว็นโดลิน แซลมอนด์ ในโรงเรียนศิลปะภาคฤดูร้อน ที่วิทบี ก่อนจะแต่งงานกันในเวลาต่อมา

ด้วยความมุ่งมั่นในการจะเป็นศิลปินวาดภาพ แมททิว เห็นว่า การจับเจ่าอยู่บนเกาะอังกฤษ ที่ซึ่งบรรยากาศไม่อบอวลเอื้อประโยชน์ให้งานศิลป์มากสักเท่าไร คงจะไม่มีโอกาสได้พัฒนาตัวเองเป็นแน่แท้ เขาไม่รีรอที่จะเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส อันเป็นศูนย์รวมของศิลปินตัวกลั่น โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในย่านปงต์-อาว็อง กรุงปารีส ระหว่างปี 1908-1914 ซึ่งในระหว่างนั้น เขาได้ เข้าเรียนในโรงเรียนสอนศิลปะของ อองรี มาทิสส์ (อาเตลิเยร์ มาทิสส์) ในช่วงเวลาสั้นๆ

ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส เขาได้เดินทางไปยังเมืองท่าสำคัญๆ หลายแห่ง และเริ่มวาดภาพแลนด์สเคป ไม่ว่าจะเป็นที่ เมืองดีปป์ เอตาเปลอส์ ซูร์ก แมร์ รวมทั้งเมืองชานกรุงฝรั่งเศส อย่าง แกรซ-ซูร์ก-ลวงญ์

ในปี 1914 เขาต้องกลับไปรับราชการทหาร (ช่วงเดียวกับ โรอัลด์ ดาห์ล ซึ่งทำให้ทั้งคู่พบกัน) หากเมื่อปลดประจำการในปี 1919 เขาก็ได้เดินทาง กลับมายังกรุงปารีสและแกรซ-ซูร์ก-ลวงญ์ อีกครั้งหนึ่ง การกลับมาครั้งนี้ เขาได้แรงบันดาลใจอย่างมากจากศิลปินชาวไอริช ดีแคลน โอคอนเนอร์ ซึ่งใช้ชื่อในการวาดภาพตามกษัตริย์องค์สุดท้ายของไอร์แลนด์ว่า ร็อดดริก โอคอนเนอร์

ช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวเองสิ้นสุดลง เมื่อเขาเริ่มต้นวาดซีรีส์ภาพนู้ดของชู้รัก อย่าง เวรา คันนิงแฮม ในปี 1923 สีน้ำมันอันจัดจ้านเข้มข้น ซึ่งเขาใช้กับภาพชุดดังกล่าว กลายเป็นสไตล์อันโดดเด่นของเขาหลังจากนั้นเป็นต้นมา โดยนักวิจารณ์ทางศิลปะหลายคนว่า เป็นการผสมผสานระหว่างแรงบันดาลใจจากศิลปินที่เขาชื่นชอบ และเป็นแรงบันดาลใจให้เขามากมาย ตั้งแต่ อองรี มาทิสส์ ปอล โกแก็ง ร็อดดริก โอคอนเนอร์ และ ฯลฯ

แมททิว และเวรา เดินทางไปด้วยกันทุกที่ ทั้งในฝรั่งเศส และอิตาลี โดยเฉพาะในปี 1929 ที่เขาเริ่มการเดินทางสำรวจฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยัง กาญส์-ซูร์ก-แมร์ และอิกซ์- ออง-โปรวองซ์ ที่ซึ่งเขาได้สร้างสตูดิโอวาดภาพขึ้นในปี 1937 และเขาก็เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างลอนดอนและโปรวองซ์

แมททิว เริ่มการแสดงเดี่ยวภาพเขียนของเขาตั้งแต่ปี 1911 ที่ซาลง เดส์ แองเดปองดองต์ส กรุงปารีส และอีกหลายๆ ครั้ง ต่อมาที่เมือง น้ำหอม หาก เขาเริ่มแสดงงานของตัวเองครั้งแรกในประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ในกรุงลอนดอน ก็ปาเข้าไปในปี 1929 ที่เมเยอร์ แกลเลอรี่ หลังจากนั้น ผลงานของเขาก็ได้ไปติดแสดง บนผนังของแกลเลอรี่อีกหลายแห่งด้วยกันในประเทศอังกฤษ รวมทั้ง ลอนดอน แกลเลอรี่ ที่ซึ่งเขาได้เข้าเป็นสมาชิกถาวรในเวลาต่อมา

แมททิว สมิท ได้เข้าเป็นตัวแทนศิลปินชาวอังกฤษ ในเวนิส เบียนนาเล ปี 1938 และปี 1950 โดยผลงานส่วนใหญ่ของเขาอยู่ที่ เทต แกลเลอรี่ กรุงลอนดอน ตั้งแต่ปี 1953 ขณะที่รอยัล อคาเดมี เป็นผู้จัดนิทรรศการรำลึกถึง แมททิว สมิท ในปี 1960 หลังจากเขาเสียชีวิตได้ 1 ปี

เขาได้รับเครื่องราชชั้น ซีบีอี ในปี 1949 ก่อนจะได้เป็นอัศวินในปี 1954

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น