วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน ดา วินชี แห่งฮอลแลนด์


เมื่อไม่นานมานี้ มีการจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในรอบ 70 ปี ของศิลปินชาวดัตช์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "Dutch Da Vinci" หรือ ดา วินชี ชาวดัตช์ขึ้นที่ หอศิลป์ริกส์มิวเซียม กลางกรุงอัมสเตอร์ดัม นับจากปี 1937 ที่มีการจัดแสดงงานของศิลปินผู้นี้เป็นครั้งสุดท้าย

เหตุที่ แยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน ได้รับการยกย่องประหนึ่งจิตรกรเอกของโลก อย่าง ลีโอ นาร์โด ดา วินชี ก็เป็นเพราะว่า เขาคือศิลปินที่ โดดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 17 โดยผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเขา ถ่ายทอดภาพบ้านเมืองและภาพชีวิตของชาวดัตช์ในยุคนั้นออกมาทางภาพแลนด์สเคป โดยเฉพาะในช่วงที่ แยน มีชีวิตอยู่ (ระหว่าง 1637-1712) นั้น ภาพแลนด์สเคปของแยนได้บันทึกเหตุการณ์บ้านเมืองเนเธอร์แลนด์ในช่วงยุคทองเอาไว้มากมาย ภาพศูนย์กลางเมืองในอดีต รวมถึงทัศนียภาพ คู คลองต่างๆ นอกจากจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นงานจิตรกรรมที่ประเมิณค่าไม่ได้

สิ่งที่ทำให้ แยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน มีส่วนพ้องกับ ลีโอนาร์โด ดา วินชี อีกอย่างก็คือ การที่เขาเป็นนักประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จด้วย ซึ่งจุดนี้ทำให้แยนกลายเป็นเศรษฐี โดยสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างชื่อให้เขาก็คือ อุปกรณ์ดับเพลิง ที่ช่วยให้พนักงานดับเพลิงสามารถรับมือกับเพลิงไหม้บ้านที่สร้างไม้ได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา นอกจากนี้ เขายังเป็น ผู้ออกแบบโคมไฟ ซึ่งปัจจุบันยังคงประดับประดาถนนในกรุงอัมสเตอร์ดัมให้สวยงาม และสว่างไสว

"ไฟ" นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชาวดัตช์รุ่นหลัง นำภาพเขียนสำคัญของแยนมาจัดนิทรรศการเดี่ยว "Fire!".

ณ ปัจจุบันมีอาคารไม้โบราณยังคงเหลือสืบทอดมาถึงลูกหลานชาวดัตช์เพียง 2 หลังเท่านั้น ภาพวาดเมืองเก่าจำนวนมากของแยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน จึงมีคุณค่าอย่างมากต่อคนรุ่นหลังๆ ซึ่งภาพในชุดที่จัดแสดง นอกจากจะเป็นอาคารไม้ และอาคารอื่นๆ ที่สวยงามและทรงคุณค่า ยังมีภาพ ดรอว์อิง และเพนติงส่วนหนึ่งที่เล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญ อย่าง การเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในกรุงอัมสเตอร์ดัมด้วย

สำหรับในการทำงานแลนด์สเคป แยน มี แบบอย่างเป็นจิตรกรชาวเวนิซ (อิตาเลียน) อย่าง กานาเล็ตโต (โจวานนี อันโตโน กานาล) ซึ่ง วาดภาพแทบทุกกระเบียดนิ้วของกรุงเวนิซเอาไว้ เช่นเดียวกับภาพเมืองเก่าแห่งอัมสเตอร์ดัมแทบ ทุกมุมมอง ที่บันทึกเอาไว้ใต้ปลายพู่กันของ แยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน ซึ่งในนิทรรศการเดี่ยว 70 ดังกล่าว ที่จัดวางตามผังเมืองหลวงของ เนเธอร์แลนด์นั้น สังเกตได้ว่า แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ยกเว้นตึกรามบ้านช่องหลายแห่ง ที่หายไปในกองเพลิง

แยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน เป็นศิลปินในยุค บาโร้ก จะว่าไปแล้ว การวาดภาพเหมือนจะเป็น งานอดิเรก หรือสิ่งที่เป็นส่วนประกอบในงาน นักประดิษฐ์ และงานออกแบบเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ของเขาเสียมากกว่า เขาหัดวาดภาพส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะวาดเขียนเป็น และสามารถออกแบบ สิ่งประดิษฐ์ที่ต้องการออกมาได้ดั่งใจ

ด้วยความที่เขามีวิญญาณของศิลปิน และสถาปนิกอยู่ในตัว ทำให้เขาเริ่มจากการเพนต์อาคาร ก่อนที่จะมาสนใจบันทึกสิ่งเหล่านั้นลงบนผืนผ้าใบ

แยน ยังเป็นนักเดินทาง นอกจากอาคารสวยๆ ในอัมสเตอร์ดัมที่เขาบันทึกเอาไว้ในภาพจิตรกรรม เขายังได้วาดอาคาร สถานที่ รวมทั้งโบสถ์วิหาร ที่งดงามหลายแห่ง ในกรุงเฮก และเกนต์ของ เนเธอร์แลนด์ รวมทั้ง บรัสเซลส์ ของเบลเยียม แถมยังข้ามแม่น้ำไรน์ ไปวาดรูปของเมืองซานเทน และโคโลญ ที่เยอรมนีอีกด้วย

สิ่งที่ปรากฏในภาพเป็นแนวเสมือนจริง ตั้งแต่ท้องฟ้า เมฆ แสงอาทิตย์ที่ทาบทามายังอาคารสถานที่ รวมทั้ง ผู้คนที่อยู่ในภาพนั้นดูราวกับมีชีวิต และเคลื่อนไหวได้ คล้ายกับการจำลองชีวิตจริงๆ เอาไว้ในจิตรกรรมแต่ละชิ้นทีเดียว

ในนิทรรศการ Fire! นั้น ปีเตอร์ โรลอฟส์ ภัณฑารักษ์ของริกส์มิวเซียม บอกว่า ได้พยายามรวบรวมผลงานที่ดีที่สุดของแยน ฟาน เดอร์ ฮีย์เดน ที่จะสามารถหาได้จากทั่วโลกมารวมเอาไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น